
ทำไมเราถึงแตกแยกกัน
ทำไมเราถึงแตกแยกกัน
ระหว่างความเข้าใจและความบริสุทธิ์ใจ

สนทนากับ อัล อัค อับดุลมะญีด
ผู้ดำเนินรายการ: วันนี้เราก็มาพูดคุยกับอัล อัค ประเด็นในวันนี้ ผมคงต้องนำประเด็นเครียดๆที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตุไว้ แล้วก็เป็นปัญหาที่ยาวนานมาก นั่นคือปัญหาความแตกแยกระหว่างกลุ่มทำงานเพื่ออิสลาม ผู้ที่ตั้งข้อสังเกตไว้ในเว็บว่า บางครั้งแนวคิดก็คล้ายคลึงกัน ทำไมต้องมาชิงดีชิงเด่นกันด้วย
อัล อัค: เรื่องความไม่ลงรอยระหว่างกลุ่มทำงานเพื่ออิสลามต่างๆ....เป็นเรื่องหนักใจ ....เป็นเรื่องหนึ่งที่คอยถ่วงความรุดหน้าของการทำงานเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดี ขึ้น คือหากว่าความไม่เหมือนกันที่อยู่ในขอบเขตที่ชะรีอะฮฺยอมรับได้ และทุกฝ่ายรู้จักจุดยืนและมารยาทของอิสลามก็ไม่มีปัญหา เป็นธรรมชาติที่แสนธรรมดา แต่หากว่ามันนำไปสู่การเอาชนะกัน การหักล้างชิงดีชิงเด่นกัน อันนี้อัลลอฮฺได้เตือนไว้ในอัล กุรอานว่า “วะลา ตะนาซะอู ฟะตัฟชะลู วะตัซฮะบะ รีฮุกุม – พวกท่านอย่าขัดแย้งกัน ไม่งั้นพวกท่านจะล้มเหลวหรือสูญเสีย และพลังอำนาจของพวกท่านจะสลายไป” มีอัลกุรอานและฮะดีษมากมายที่ได้ย้ำไม่ให้เราแตกแยกกัน....เอาว่าผมยอมรับ ว่ามีการขัดแย้งระหว่างกลุ่มทำงาน ทั้งหนักทั้งเบา เราต้องทบทวนปัญหานี้กันอย่างจริงจัง
· ความเข้าใจอิสลาม !!!
ผู้ดำเนินรายการ: มันเกิดอะไรขึ้น อะไรอยู่เบื้องหลังหรือเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความขัดแย้งอันนี้
อัล อัค: ข้อสรุปที่ได้จากอัลกุรอานและอัซซุนนะฮฺ รวมทั้งทรรศนะจากอาเหล่มบางท่าน ก็มีอยู่หลายองค์ประกอบ แต่ผมเห็นปัจจัยหลักๆอยู่สองเรื่องที่ก่อให้เกิดเรื่องเสียหายนี้ขึ้นมา คือการขาดซึ่ง 2 ใจ ใจแรกคือความเข้าใจ และใจที่สองคือความบริสุทธิ์ใจ
ผู้ดำเนินรายการ: ขอคำอธิบายให้เห็นภาพชัดๆเลยครับ
อัล อัค: เอาเรื่องความเข้าใจก่อนนะครับ ความเข้าใจนี้เป็นความเข้าใจที่มีต่อคำสอนอิสลาม นี้เป็นอุปสรรคใหญ่ เป็นอุปสรรคพื้นฐาน การทำความเข้าใจอิสลามนี้ก็ถามกันเหมือนกันว่า ตกลงจะเข้าใจกันแบบไหน จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย คือว่ายากนั้นก็คือ เราต้องสลัดทิ้งความรู้สึกและภาพลวงตาเก่าๆให้ได้ว่า อิสลามที่ถูกต้องอยู่ที่มนุษย์คนใดคนหนึ่ง การสลัดอารมณ์อย่างนี้ค่อนข้างยาก อีหม่ามมาลิกเคยกล่าวว่า “ความเห็นของมนุษย์นั้นมีสิทธิ์จะเอาหรือไม่เอาก็ได้ ยกเว้นเจ้าของหลุมฝังศพนี้” แล้วท่านได้ชี้ไปที่หลุมฝังศพของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ครับ การสลัดทิ้งแบบนี้มันยากสำหรับบางคน
แต่ ที่ผมว่าง่ายก็คือ มันง่ายจริงๆ เพราะความเข้าใจอิสลามนั้นมันเคลียร์จริงๆ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ได้เปรียบความกระจ่างไว้ว่า “..ลัยลุฮา กะนะฮาริฮา..- กลางคืนของมันก็เหมือนกลางวัน” คือมันชัดเจน อัล กุรอานเล่มเดียวกับที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม อ่านก็เป็นเล่มเดียวกับที่เราอ่าน ฮะดีษต่างๆก็มีมวลชนมุสลิมในยุคแรกๆ ร่วมกันจดจำ วิพากษ์วิจารณ์ เรียบร้อย พร้อมกับบันทึกผ่านนักฮะดีษจำนวนหลายท่าน
ที่ สำคัญอีกอย่างความเข้าใจอิสลามนี้ไม่ได้อยู่ในตำราที่เป็นทฤษฎีอย่างเดียว แต่มันผ่านความเข้าใจของบรรดาเศาะฮาบะฮฺร่วมกัน มันจึงชัด ชัดเจนมาก เราตรวจสอบได้
ผู้ดำเนินรายการ: แล้วชัดขนาดนี้ แล้วทำไมเข้าใจไม่เหมือนกัน
อัล อัค: ปัญหาคือการไม่ตรวจสอบ ไม่สนใจที่จะอ้างกลับไปสู่แหล่งอ้างอิงนี้ ปัญหาความเข้าใจเริ่มที่ปัญหาการเข้าใจแหล่งที่มาหรือวิธีการกำหนดคำสอนกัน ไปคนละทิศละทาง ผมยกตัวอย่างกลุ่มซูฟีบางกลุ่ม ซึ่งมีน้อยมากในทุกวันนี้ ได้ซิเกรโดยการเต้นรำ ทั้งยืน ทั้งนั่ง ทั้งนอน โดยอ้างอายะฮฺอัลกุรอานที่ว่า “..ยัซกุรูนัลลอฮะ กิยะมัน วะกุอูดัน วะอะลาญุนูบิฮิม – พวกเขาซิเกรหรือรำลึกถึงอัลลอฮฺ ทั้งยามยืน ยามนั่ง และบนสีข้างของพวกเขา” แล้วพวกเขาเข้าใจเอาเองว่าให้จัดรูปแบบซิเกร โดยการยืน การนั่ง การนอน นี่เป็นการเข้าใจเอาเอง แต่หากเขาได้อ้างอิงไปดูความเข้าใจอิสลามในตัวของท่านนบี และพฤติกรรมของเศาะฮาบะฮฺทั้งหมด ไม่มีใครเขาทำอย่างนั้น เขาไม่ได้เข้าใจเช่นนี้ เขารำลึกถึงอัลลอฮฺตามแบบที่ถูกกำหนดโดยท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม
การเข้าใจเอาเองแบบนี้มันใช้ไม่ได้ มันต้องตรวจสอบได้ จากอัลกุรอาน จากอัซซุนนะฮฺ และจากความคิดและพฤติกรรมของเศาะฮาบะฮฺ
เช่น เดียวกันครับ บางเรื่องที่เหล่าเศาะฮาบะฮฺแตกต่างกัน เราก็ต้องเข้าใจว่า มันเปิดให้แตกต่างกันได้ เช่น เรื่องกระทบตัวผู้หญิงเสียน้ำละหมาดหรือไม่ ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร เห็นว่าเสียน้ำละหมาด ส่วนท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อับบาส เห็นว่าไม่เสีย จุดยืนเรื่องความเข้าใจต่อเรื่องนี้คือ เราต้องเปิดกว้าง แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราไม่ต้องพูดคุยกันว่าหลักฐานมันอย่างไรแน่ แต่ประเด็นที่ผมย้ำตรงนี้ก็คือ ความเข้าใจของเราต้องเปิดกว้างยอมรับได้ถึงความแตกต่างในกรณีที่สามารถแตกต่างกันได้ นี่คือความเข้าใจ
ผู้ดำเนินรายการ: หมาย ความว่า ความเข้าใจอิสลามนั้นกระจ่างชัดตั้งแต่ยุคแรกแล้ว เรื่องใดตายตัว เรื่องใดยืดหยุ่น เรื่องใดมีความเห็นเอกฉันท์ เรื่องใดมีทรรศนะที่หลากหลาย ต้องเข้าใจระดับต่างๆของหลักการอิสลาม ฉะนั้น อัลอัคกำลังจะบอกว่า ความเข้าใจอิสลามที่กลุ่มต่างๆที่แตกแยกกันไม่ได้วางอยู่บนพื้นฐานนี้
อัล อัค: คือถ้าจะคุยกันเรื่องความเข้าใจกันอย่างเดียวว่ามีโครงของมันหรือแบบแผนมัน อย่างไรบ้างก็คงจะยาว ต้องจัดการพูดคุยกันเฉพาะเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษเลยทีเดียว เอาว่าที่ผมพูดมาข้างต้น ผมพยายามให้เห็นภาพอย่างง่ายที่สุดในเรื่องความเข้าใจอิสลาม
ผม พูดถึงเหตุของการแตกแยกว่า โดยพื้นฐานมาจาก 2 ใจ ... ใจแรกคือ ความเข้าใจ เรื่องนี้คนจำนวนมากสับสนระหว่างความเข้าใจอิสลามกับความรู้อิสลาม บางครั้งความรู้อิสลามไม่ช่วยให้เข้าใจได้เหมือนกัน ถ้าหากรู้แบบเอาปริมาณหรือมีวัตถุประสงค์อื่นในการเรียนรู้ หรือเป็นความรู้ที่วางอยู่บนพื้นฐานของจิตใจทีไม่สามารถสลัดความเป็นพวกเป็น พ้องทิ้งไปได้· อิสลามแบบไหนที่เราเข้าใจ ?
ผู้ดำเนินรายการ: ปัจจัยแห่งความแตกแยกคืออิสลามที่แต่ละฝ่ายเข้าใจนั้นห่างไกลกันเกินไป
อัล อัค: คือการที่เราจะบอกว่าอิสลามคืออะไร เราต้องกำหนดให้ชัดกันก่อนว่าอะไรคือ “แหล่งที่มา” ของคำสอนอิสลาม การเข้าใจอิสลามที่ขัดแย้งกัน มันมาจากการกำหนดแหล่งที่มาคนละเรื่อง
ผู้ดำเนินรายการ: อิสลามที่พวกเราเข้าใจทุกวันนี้มันเป็นแบบไหนกัน
อัล อัค: จะให้พูดเรื่องนี้มันยาว ความเข้าใจคนจำนวนหนึ่ง จำนวนไม่น้อย มันไปคนละทิศละทาง ซ้ายบ้างขวาบ้าง หย่อยบ้างตึงบ้าง .... อิส ลามคือการยอมจำนนต่ออัลลอฮฺ อิสลามคือคำสอนที่มาจากพระเจ้า คำสอนอิสลามที่บริสุทธิ์ได้รับการปกป้อง ดังที่ปรากฏในอัล กุรอานที่ว่า “อินนา นะหนุ นัซซัลนา ซิกเราะ วะ อินนะ ละฮุ ละ ฮาฟีซูน แท้จริงเราได้ประทานข้อตักเตือนลงมา และเราจะเป็นผู้พิทักษ์มัน” อิสลามนั้นชัดเชน เป็นมะฮัจญะตุล บัยฎออ์ คือเป็นหลักฐานที่ขาวชัดเจนแจ่มแจ้ง ครับแม้ว่ามีกลุ่มบิดเบือน แต่ของแท้ยังมีอยู่
อิส ลามที่มาจากพระเจ้า ต้องได้รับการยอมรับทั้งหมดจากผู้ที่ศรัทธา ไม่มีการแบ่งแยก อิสลามแบบนี้แหละคืออิสลามที่แท้จริง ดังที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะตะอาลา ได้ตั้งคำถามไว้ว่า “อะฟะตุอ์มีนู บิ บะอฏิล กิตาบ วะตักฟูรูนะ บิ บะอฺฏิน – พวกท่านศรัทธาต่อคัมภีร์อัลกุรอานเพียงส่วนหนึ่งแล้วปฏิเสธอีกส่วนหนึ่งกระนั้นหรือ” นี่คืออิสลามที่เป็นทุกอย่าง อิสลามแบบนี้คือความเข้าใจที่ถูกต้อง ลองดูทุกวันนี้ซิ พวกเราแบ่งอิสลามกันเหมือนชิ้นเนื้อเล็กๆ เราเอาบางส่วนไม่เอาบางส่วน เราขาดการเชื่อมโยงระหว่างทุกส่วนเข้าด้วยกัน อิสลามที่ขาดการเชื่อมโยงคำสอนทั้งหมดเข้าด้วยกัน นั่นแหละคืออิสลามที่ผิดพลาด อิสลามที่บกพร่อง
ภาพ ที่ถูกต้องของอิสลาม มาจากการเชื่อมโยงทุกมิติของคำสอนอิสลามเข้าด้วยกัน และนี่คืออิสลามที่มาจากพระเจ้า มาจากแหล่งคำสอนที่ถูกต้อง มาจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮู อะลัยฮิ วะซัลลัม มาจากบรรดาเศาะฮาบะฮฺและความเข้าใจของชาวสลัฟ นี่คืออิสลามที่เข้าใจได้ถูกต้อง
ผู้ดำเนินรายการ: ยกตัวอย่างการเข้าใจอิสลามที่มีปัญหาในปัจจุบันหน่อยได้ไหม
อัล อัค: ปัญหา ใหญ่ของการแตกแยกในกลุ่มทำงานเพื่ออิสลามคือการที่จำนวนไม่น้อยไม่เข้าใจอิส ลามแบบที่ผมอธิบายไป เช่นการเข้าใจอิสลามไปแบบสังคมสงเคราะห์ เน้นช่วยเหลือกันอย่างเดียว เน้นหางบประมาณกันมาทำงานกันอย่างเดียว แต่ไม่ได้สนใจเรื่องคลุมฮิญาบ เรื่องอะกีดะฮ์ที่ถูกต้อง
หรือ เข้าใจอิสลามแบบคืนนิสฟูชะอฺบาน คือทำพิธีกรรมต่ออายุ เน้นพิธีกรรมกันอย่างเดียว หรืออิสลามแบบกวนชูรอ แล้วมุสลิมะฮฺก็แต่งตัวอวดโฉมกันมาประชัน ...
หรือ เข้าใจอิสลามแบบอิสลามกะรอมัต เป็น อิสลามที่วัดกันที่ความศักดิ์ของน้ำดุอาอ์โต๊ะครู และบาบอ อิสลามที่แสวงหาแต่อาซีมัตไว้ผูกคอ เพื่อให้ยิงฟันไม่เข้า เป็นอิสลามแบบไหนกัน !
หรือ เข้าใจอิสลามแบบอิสลามแค่กระดิกนิ้วหรือไม่กระดิกนิ้วในละหมาด คือเป็นอิสลามที่อยู่แต่ในโลกของทรรศนะที่แตกต่างเพื่อเอาชนะคะคานกัน อิสลามที่มีปัญหาปลีกย่อยวนเวียนมาไม่รู้จักจบจักสิ้น โดยที่ไม่มีใครตั้งคำถามถึงจุดยืนของอิสลามที่มีต่อปัญหาเหล่านี้ วันนี้ปัญหากระดิกนิ้วในละหมาด พรุ่งนี้ปัญหาการวางมือในขณะยืนละหมาด มะรืนปัญหาจะเอาเข่าหรือมือลงก่อนในเวลาสุญูด(กราบ) อิสลามที่ไม่เคยไปไกลเกินว่าการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆที่คนรุ่นแรกยังมี ทรรศนะที่แตกต่างกัน เป็นอิสลามที่สร้างความหมดหวังให้กับคนรุ่นใหม่ เป็นอิสลามที่ตกอยู่ในเขาวงกต
หรือ เข้าใจอิสลามแบบใครเศาะฮีฮฺกว่าใคร เป็นอิสลามที่วัดกันที่การประลองทางวิชาการ เพื่อพิสูจน์ว่าหลักฐานใครดีกว่าใคร โดยไม่ได้สนใจว่าเป็นปัญหาที่อยู่ในโลกแห่งความจริงหรือไม่ ประเภทปัญหา “ถ้าใครผายลมเก็บใส่ถุงไว้ แล้วพกไปละหมาดจะเสียน้ำละหมาดหรือไม่”
หรือ เข้าใจอิสลามแบบอิสลามแห่แหน ที่นำเอาโต๊ะครู อุสตาซ และอาจารย์ของตัวเองไปทับถมคนอื่นๆใช่ไหม? อิสลามที่เรียกร้องให้คนอื่นๆหรือกลุ่มอื่นๆสยบลงแทบเท้าอาจารย์ของพวกเขา อิสลามที่ยึดเอาครูของตัวเองเป็นที่สุดของคำตอบ ภาวะที่เป็นอยู่เหมือนที่อุละมาอ์ท่านหนึ่งคือเชค อับดุลลอฮฺ นาศิหฺ อุลวาน ได้บรรยายความสัมพันธ์ระหว่างครูและศิษย์เอาไว้ว่า “…เป็น ไปในลักษณะที่ไร้สติ ไม่ไตร่ตรอง ไม่ตรวจสอบ ไม่ใคร่ครวญ ไม่พิจารณา ทุกสิ่งที่เขาศึกษาเรียนรู้หรือรับจากครูอาจารย์ของเขา เขาถือว่าสิ่งนั้นคือสัจธรรมที่เที่ยงแท้แน่นอน ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆอยู่เลย…”
หรือ เข้าใจอิสลามแบบอิสลามราชการ ดังที่พบกันในประเทศมุสลิมจำนวนมากที่ได้เลี้ยงพวกอุละมาอ์ไว้คอยออกฟัตวา สนับสนุนตน บางทีอุละมาอ์ก็อาการหนัก ถึงขึ้นฟัตวาว่าไม่ต้องคลุมฮิญาบ เอาดอกเบี้ยได้ หรืออิสลามไม่เกี่ยวกับการปกครอง นี่อิสลามแบบเซคคิวลาร์
แล้วยังมีอิสลามแบบที่เข้าใจกันแปลกๆอีกมาก อิสลามสังคมนิยม อิสลามศักดินา ซ้ายอิสลาม ขวาอิสลาม เสรีนิยมอิสลาม อิสลาม........ สารพันอิสลามที่ถูกนำไปยำ.........
พวกเขาไม่รู้หรืออย่างไรว่า อิสลามคือ อิสลาม อินดัล ลอฮฺ คืออิสลามของอัลลอฮฺ “อินนัดดีนะ อินดัลลอฮิล อิสลาม – แท้จริงศาสนา ณ อัลลอฮฺ คืออิสลาม”· เริ่มจากความเข้าใจอิสลาม
...
ผู้ดำเนินรายการ: ผมเห็นแล้วว่าเข้าใจอิสลามแบบนี้เองถึงมีปัญหา ...
อัล อัค: การ แก้ไขปัญหาพื้นฐานของสังคม ทั้งที่เป็นความแตกแยกและทั้งที่เป็นเรื่องความตกต่ำล้าหลังมันต้องเริ่มที่ ทรรศคติความเข้าใจของเรา เราต้องรณรงค์กันให้ทำความเข้าใจอิสลามแบบที่ปราศจากความอคติใดๆ ผมว่าหลายคนที่เรียนรู้อิสลามคงคิดเหมือนๆกันว่า อิสลามที่ทุกคนเข้าใจคงมีปัญหา อย่างน้อยเราเห็นภาพสะท้อนที่ไม่ถูกต้องหรือพฤติกรรมที่แสดงออกมา ทำไมมันแตกต่างจากอิสลามรุ่นแรก พวกเขาสะท้อนภาพอิสลามที่น่าภาคภูมิ เป็นอิสลามที่ปรากฏอยู่ในคำกล่าวของ ของท่านริบอียฺ บิน อามิร เศาะฮาบะฮฺผู้หนึ่ง ได้กล่าวกับขุนพลเปอร์เซียที่ถามท่านถึงจุดประสงค์การมาของมุสลิม “เรา เป็นกลุ่มชนที่ถูกส่งมาเพื่อให้เรานำมนุษยชาติ จากการบูชามนุษย์ด้วยกัน ไปสู่การบูชาอัลลอฮฺ จากความคับแคบของโลกนี้ไปสู่ความกว้างขวาง จากการกดขี่ของศาสนาต่างๆไปสู่ความยุติธรรมแห่งอิสลาม..” นี่คืออิสลามที่เราต้องการ เป็นอิสลามที่ปลดปล่อยมนุษยชาติ เราต้องการอิสลามที่เป็นของจริงแบบนี้
ผู้ดำเนินรายการ: ผมอยากทราบเหมือนกันว่า หากว่าแก้ปัญหาให้เข้าใจตรงกันยังทำไม่ได้ แล้วเราจะมีจุดยืนอย่างไร
แต่ทั้งนี้การอดทนหรือการอดกลั้นต้องอยู่ในขอบเขต ในบางกรณีที่เป็นเรื่องผิดหลักการอย่างร้ายแรงถึงขึ้นสูญเสียอะกีดะฮฺไป เราต้องแสดงถึงการคัดค้านที่จริงจัง หากไม่ทำอะไรให้ดีขึ้นอีก ให้เราถอนตัวดีกว่าครับ หากมีเวลาครั้งต่อๆไป ผมอยากให้พูดคุยเรื่องจุดยืนต่อความขัดแย้งในระดับต่างๆ รวมทั้งวิธีการปฏิบัติในสภาพต่างๆในสนามการทำงานดะอฺวะฮฺ ที่มีหลักฐานมาจากอัลกุรอาน อัซซุนนะฮฺ และการปฏิบัติของนักทำงานอิสลามในอดีต
· อิคลาศุน นียะฮฺ – ความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮฺ
ผู้ดำเนินรายการ: อินชาอัลลอฮฺ ประเด็นที่อัล อัคกำลังพูดถึง ต้องกำหนดอีกหัวข้อหนึ่งในการพูดคุยในวันข้างหน้า ขอกลับ มาเรื่องที่ค้างกันอยู่ อัลอัลบอกว่าปัจจัจพื้นฐานของการแตกแยกกันคือความเข้าใจที่ไปกันคนละทิศละ ทาง และปัจจัยที่สองคือความบริสุทธิ์ใจ ขอคำอธิบายครับ
อัล อัค: ความบริสุทธิ์ใจเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องจากความเข้าใจอิสลามครับ ความเข้าใจอิสลามคือตระหนักถึงและยอมรับว่าอิสลามมาจากพระผู้สร้าง การกำหนดองค์ประกอบทุกด้านของอิสลามได้มาจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุวะตาอาลา ในขณะเดียวกันความบริสุทธิ์ใจหรือ อิคลาศุนนียะฮฺ ก็คือ การปฏิบัติอิสลามทั้งหมดของเราก็มีเป้าหมายกลับไปสู่พระผู้สร้างเท่านั้น นั่นคือไม่มีภาคีใดๆทั้งสิ้น นี่เป็นสิ่งที่เรียกว่าแก่นคำสอนอิสลาม คือเรื่องของเตาฮีด เอกภาพของพระเจ้า เรื่องของอิคลาศคือการมุ่งตรงสู่พระเจ้าเท่านั้น
อิสลามนั้นเป็นระบอบมาจากพระเจ้าที่แท้จริง และเพื่อพระเจ้าที่แท้จริงเท่านั้น
ผู้ดำเนินรายการ: ปัญหา ของการแตกแยกเกิดมาจากการขาดความบริสุทธิ์ใจต่อพระเจ้านั่นเอง อัลอัคพอจะให้ภาพที่มองแล้วแจ่มชัดหน่อยได้ไหมว่า ขาดเรื่องนี้แล้วมันเสียหายอย่างไร
อัล อัค: การขาดซึ่งความอิคลาศหรือความบริสุทธิ์ใจต่อพระเจ้าเป็นเรื่องเสียหายที่สุด ในคำสอนอิสลาม หากว่าอยู่ในรูปแบบที่เราไม่ได้ทำเพื่อพระองค์เลย เราบูชาสิ่งอื่นไปจากพระองค์หรือเอาเจ้าย่อยๆมาร่วมเป็นภาคี ถือว่าเป็นชิรกฺใหญ่ที่ส่งผลให้สิ้นสภาพจากการเป็นมุสลิมเลยทีเดียว นี่อันตรายมาก ...
ส่วน กรณีที่ความไม่บริสุทธิ์ใจของเรา เกิดมาจากการทำความดีเพื่ออัลลอฮฺ แต่แฝงด้วยการโอ้อวดต่อเพื่อมนุษย์ นี่คือเสียหายมากเช่นเดียวกัน ทำให้การงานนั้นๆไม่ถูกต้องรับ และถือว่าเป็นบาปใหญ่ที่อันตรายมาก แม้จะไม่ทำให้สิ้นสภาพจากการเป็นมุสลิมก็ตาม แต่หากสะสมมากๆเข้าก็เข้าไปในเขตแดนของชิรกใหญ่ได้เหมือนกัน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม เรียกมันว่า ชิรก คอฟียฺ หรือชิรก ซ่อนเร้น หรือริยาอ์ การโอ้อวด
เช่นละหมาดอยู่ดีๆ พอคนเดินผ่าน ก็ทำเป็นคูชูอฺมากขึ้น บริจาคเงินก็อยากให้ติดชื่อไว้ให้คนรู้.....
· การที่ไม่ได้ทำเพื่ออัลลอฮฺ
ผู้ดำเนินรายการ: ความเสียหายคงอยู่ตรงนี้แหละ เพราะว่ามันเกิดในหมู่ทำคนทำความดีแต่ไม่ได้ทำเพื่ออัลลอฮ์ร้อยเปอร์เซ็น แต่จะเอาจากมนุษย์ด้วย
อัล อัค: ใช่ ที่นี้ผมคงไม่พูดรายละเอียด ตัวบทหลักฐาน เรื่องชิรกประเภทต่างๆ แต่ผมกำลังจะบอกว่า เหตุที่อิสลามเน้นย้ำความบริสุทธิ์ใจมากๆ และเป็นเรื่องเป็นเรื่องตายกันเลยในอิสลาม เพราะต้องการให้เรามุ่งไปสู่พระเจ้า ให้เราสลัดสิ่งหลอกลวงจอมปลอมทั้งหลายที่รายล้อมเรา ทำให้เราเป็นทาสมัน
การ ที่ทิศทางที่เราต้องทำเพื่ออัลลอฮฺไขว้เขว้ ทำให้เราไม่บริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮฺ เราก็ยังสลัดสิ่งที่เป็นเปลือกนอกไม่หลุด เราไม่ได้ปฏิบัติศาสนาเพื่อพระองค์ แต่เราทำเพื่อสิ่งอื่น ผมอยากจะฟังธงเลยว่า นี่คือเหตุแห่งความแตกแยกกันที่ทำให้เราปวดร้าวอยู่ทุกวันนี้ ... นี่แหละที่ครั้งหนึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม เคยอธิบายชิรกซ่อนเร้นนี้ว่า น่ากลัวกว่าดัจญาลเสียอีก ครั้งแรกผมก็แปลกใจว่าน่ากลัวกว่าดัจญาลได้อย่างไร ในเมื่อปรากฏในหลักฐานว่า นบีก่อนๆต่างก็ได้เตือนถึงอันตรายที่มีต่อดัจญาล แต่ชิกรฺซ่อนเร้นน่ากลัวกว่าดัจญาลกว่า เพราะมันทำให้เตาฮีดบกพร่อง มันทำให้ทิศทางเพื่ออัลลอฮฺเบี่ยงเบน ซึ่งนบีทุกท่านมีภาระกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเรียกร้องให้คนมุ่งสู่พระ เจ้า โดยไม่มีภาคีใดๆ เหตุนี้เองนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม จึงต้องบอกว่าน่ากลัวกว่าดัจญาล เพราะมันทำให้เตาอีดเสียหาย ที่สำคัญมันไม่ได้ปรากฏให้เห็นภายนอก แต่มันซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ
ผู้ดำเนินรายการ: และก็มันเป็นเหตุสร้างความแตกแยกในสังคม
อัล อัค: เมื่อ คนไม่ได้มุ่งตนอย่างแน่วแน่ต่ออัลลอฮฺ ต่างก็ทำเพื่อตัวเอง ให้ตัวเองหรือกลุ่มตัวเองเหนือกว่าคนอื่น เหนือกว่ากลุ่มคนอื่น นี่เป็นรากฐานวิธีคิดแบบอิบลิส คือเจ้าอิบลิส มันไม่ได้ทำชิรกฺประเภท เชื่อว่ามีพระเจ้าย่อยๆอื่นไปจากอัลลอฮฺ หรือเล่นไสยศาสตร์ อะไรพวกนั้น แต่ที่มันถือว่าเป็นต้นรากแห่งความชั่วร้ายทั้งปวง เนื่องจากมันคิดว่ามันดีกว่าอาดัม คิดว่ามันสุดยอดกว่า ในที่สุดมันก็ได้ทรยศต่อพระเจ้า
ผมจึงบอกว่าความบริสุทธิ์ใจต่อพระเจ้า การมุ่งตรงจดจ่อต่อพระเจ้าได้ คือการสลัดสิ่งจอมปลอมทั้งหลาย เพื่อมุ่งต่ออัลลอฮฺ เราทำเพื่อ ลิลลาฮฺ เพื่ออัลลอฮฺเท่านั้น เราไม่ได้ทำเพื่อยกตัวเรา ยกกลุ่มเรา ยกความคิดเรา
· ตะอฺลีมและตัซกียะฮฺ: การสร้างความเข้าใจและความบริสุทธิ์ใจ
ผู้ดำเนินรายการ: ดูท่าแล้ว นี่คงเป็นปัญหาของจริงเลยล่ะ
อัล อัค: หน้าที่ ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ต้องทำทั้งให้ความเข้าใจอิสลามคืออิสลามที่มาจากพระเจ้าได้แก่การนำอัลกุ รอานเผยแผ่ พร้อมๆกับต้องทำให้เป้าหมายของชีวิตของเขาเพื่ออัลลอฮฺเท่านั้น ดังที่ปรากฏในอัลกุรอานว่า “...ยุซักกีฮิม วะ ยุอัลลิมุฮุมุล กิตาบะ วัล ฮิกมะฮฺ ... - ....ขัดเกลาจิตใจพวกเขาให้บริสุทธิ์และสอนคัมภีร์และวิทยปัญญาแก่พวกเขา...”
คือต้องมีทั้งความรู้ที่ถูกต้องที่ได้รับจากพระเจ้าซึ่งต้องอาศัยการศึกษาเล่าเรียน เรียกว่าการตะอลีม และต้องมีความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺเท่านั้น คือต้องมีการตักซีกียะฮฺ หรือการขัดเกลา
ผู้ดำเนินรายการ: จะให้ผมสรุปก็ได้ว่า สังคมเราถ้าจะแก้ปัญหาจากอายะฮฺที่อัลอัคยกมา ต้องใช้การทำงานของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม คือตั้งมีทั้งการตะอฺลีมหรือการให้ความรู้ และการตัซกียะฮฺคือการขัดเกลาจิตใจ ทำสองอย่างนี้ควบคู่กันไป
อัล อัค: ถูก ต้องที่สุด ความเข้าใจต่ออิสลามและความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮฺ นี่แหละคือรากฐานของปัญหาความแตกแยกกัน แต่ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มชนที่มีลักษณะสองด้านนี้ครบแล้วจะปลอดจากเรื่อง ขัดแย้งกัน แต่ถ้ามีเขาสามารถกำหนดจุดยืนและสลายความขัดแย้งได้อย่างรวดเร็ว
ผม อยากจะกล่าวต่อไปอีกว่า กลุ่มชนใดที่ขาดซึ่งการมุ่งสู่อัลลอฮฺ จะหาความเป็นพี่น้องไม่ได้ จะเอาแต่ทะเลาะกัน เพราะเราขาดการตระหนักว่าการทำงานอิสลามของเราต้องทำเพื่ออัลลอฮฺ ทำเพื่อให้กลามุลลอฮฺ หรือพระดำรัสของอัลลอฮฺสูงส่งขึ้นเหนือแผ่นดิน เมื่อเราขาดการตระหนักเช่นนี้ ทำให้งานของเรามุ่งจะทำเพื่อกลุ่มเพื่อพ้องตัวเอง เราก็เอาแต่พูดถึงกลุ่มที่เราสังกัด พูดถึงแต่ความดีงามของครูบาอาจารย์ของเรา นานๆเข้าก็ดูถูกกลุ่มคนอื่นๆ ทั้งหมดนี้เป็นพฤตกรรมที่ต้องการจะบอกว่า ฉันดีกว่าแก กลุ่มฉันดีกว่ากว่า
ปรากฏการณ์ที่เอากลุ่มมาเป็นทิศทางเอามาเป็นเป้าเช่นนี้แหละ นำไปสู่การดูถูกเหยียดยามกลุ่มอื่นๆ ทั้งที่อัลลอฮฺได้เตือนไว้ว่า “..ลา ยัสค็อร เกามุน มิน เกามิน...- ...ชนกลุ่มหนึ่งอย่างได้ดูถูกชนอีกกลุ่มหนึ่ง...” บางคนไม่พอใจกลุ่มอื่นๆ จนกว่ากลุ่มอื่นๆจะยอมสยบต่อกลุ่มของตนเอง
ถ้า เราได้เข้าใจมุมมองการทำงานเพื่ออิสลาม เราจะรู้ว่า กลุ่มก็เหมือนกับคน ไม่สมบูรณ์แบบ มีข้อบกพร่องอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าเราทุกฝ่ายทำเพื่ออัลลอฮฺ เราก็ต้องช่วยกันสนับสนุนจุดเด่นของแต่ละฝ่ายในการรับใช้สนามการทำงาน สนามการดะอฺวะฮฺไม่ใช่สนามการโอ้อวด ที่จะมาชิงดีชิงเด่นระหว่างกัน แต่เป็นสนามที่เป็นสื่อกลางในการนำไปสู่การรับใช้อัลลลอฮฺ ทำเพื่ออัลลอฮฺ ไม่ใช่ทำเพื่อมนุษย์ แล้วเราคิดอย่างนี้ แล้วจะไปชิงดีชิงเด่นกันทำไมอีก
ผู้ดำเนินรายการ: ได้ยินว่าเอกภาพเกิดมาจากความเป็นพี่น้อง และความเป็นพี่น้องต้องเริ่มจากความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่ออัลลอฮฺเท่านั้น
อัล อัค: แน่นอนครับเอกภาพเกิดมาจากความเป็นพี่น้อง และความเป็นพี่น้องเกิดมาจากอีหม่าน หรือหัวใจที่เราผูกพันกับอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุวะตะอา เพียงผู้เดียวเท่านั้น
สังคม จะแก้ปัญหาความแตกแยกไม่ได้ หากเราละเลยสิ่งที่สำคัญพื้นฐานไป ปัญหาพื้นฐานสองข้อที่ผมบอกว่าเป็นปัญหาพื้นฐานการแตกแยก ปัญหาแรกเป็นเรื่องความเข้าใจเป็นปัญหาของอักลฺหรือปัญญา ส่วนปัญหาที่สองเป็นความบริสุทธิ์ใจเป็นปัญหาของก็อลบฺหรือหัวใจ
ปัญหา ความเข้าใจอิสลามหรือปัญหาของปัญญา หลายท่านมีความเข้าใจดีแล้ว แต่มีปัญหาเรื่องหัวใจอีก ปัญหาไม่ได้จดจ่อกับเป้าหมายที่แท้จริง มุ่งแต่จะให้เหนือกว่าคนอื่นๆ เรียนหนังสือก็จะหาปริญญากันเยอะๆ เพื่อไว้ประดับฝาบ้าน เพื่อไว้อวดคน คือเรียนนะดี หาความรู้น่ะดี แต่ต้องกำหนดเป้าให้ชัดว่าเพื่ออะไร บางคนอยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย อยากเป็นโต๊ะครู เป็นน่ะดี แต่เป็นเพื่ออะไร เมื่อไม่ได้ทำเพื่ออัลลอฮฺ ก็เอาสิ่งเหล่านี้มาเอาชนะกัน เอามาทำให้ตนรู้สึกว่าอร่อยกว่าคนอื่น ครั้นจะแต่งงาน ก็จะได้อวดกับคนอื่นว่าได้ภรรยาทีสวยกว่าคนอื่น เคร่งกว่าคนอื่น ทำเพื่ออะไรกัน พอมีลูกอีกก็เอาลูกไปอวดว่าเหนือกว่าลูกคนอื่นๆ ตกลงว่าชีวิตทั้งชีวิตทำเพื่ออะไรกันเนี่ย นี่เป็นปัญหาของหัวใจที่ไม่ได้มุ่งสู่อัลลอฮฺอย่างแท้จริง
นี่ ระดับทั่วไป พอขยายไปสู่กลุ่มทำงาน ก็เอาแต่นั่งพูดคุยว่ากลุ่มตนดีกว่ากลุ่มนั่นอย่างนั้นอย่างนี้ อาจารย์ของตนดีกว่ากลุ่มอื่นๆ ไม่ได้กล่าวตรงๆหรอก แต่พูดกันให้มีนัยยะชี้ไปอย่างนั้น มิหนำซ้ำได้สร้างเรื่องใส่ร้ายกลุ่มอื่นๆอีก เออ...... ตกลงว่าเรากำลังเรียกร้องไปสู่อะไรกัน นี่มันเป็นปัญหาของหัวใจ.......
· เริ่มจากตัวเรา ...
ผู้ดำเนินรายการ: เอาเป็นว่า ความจริงเราก็เห็นๆกันอยู่ว่าความแตกแยกและความวุ่นวายที่อัลอัคพูดนี้มันเกิดขึ้นจริงในสังคม แล้วเราจะทำอย่างไรดี?
อัล อัค: อย่างที่เคยพูดในครั้งแรกๆว่า ปัญหาเราวิเคราะห์ได้ และต้องวิเคราะห์ให้ลึก เอาให้ถึงราก เอาให้ถึงระดับโลก แต่เวลาเราจะปฏิบัติ เราต้องเริ่มจากตัวเอง อย่าไปเริ่มจากคนอื่น ตัวเราเท่านั้นที่เป็นจุดเริ่มการแก้ปัญหาได้ดีที่สุด เรื่องความแตกแยกในสังคม เราวิเคราะห์ได้แล้วว่า เกิดจากเหตุสองประการ หรือเกิดจาก 2 ใจ คือความเข้าใจและความบริสุทธิ์ใจ
เริ่ม จากความเข้าใจอิสลาม เราก็ไม่ต้องตามไปแก้ที่คนอื่น เริ่มที่เราก่อน ถามว่า เราได้จัดโปรแกรมทำความเข้าใจอิสลามอย่างเป็นเรื่องเป็นราวหรือยัง เราได้หาหนังสือที่ช่วยทำความเข้าใจอิสลาม อย่าง “มาเข้าใจอิสลามกันเถิด” หรือ “มาเป็นมุสลิมกันเถิด” ที่เขียนโดยนักฟื้นฟูอย่างท่านเมาดูดี มาอ่านกันบ้างหรือเปล่า เราพยายามเข้าหาอัลกุรอานกันแค่ไหน เราอ่านอัลกุรอานได้หรือยัง เราพยายามศึกษาอัล กุรอานกันหรือยัง
วิธี การที่พวกเราใช้ทำความเข้าใจอิสลามอย่างไม่เป็นระบอบ เช่นการแห่กันฟังบรรยาย การเรียนผ่านฟัตวา จริงอยู่มันไม่ได้ผิด ดีเสียด้วยซ้ำไป แต่ที่ผมเรียกร้องให้กระทำอย่างเร่งด่วนก็คือการการศึกษาเป็นระบอบ คำว่าเป็นระบอบในที่นี้ไม่ใช่เข้าไปเรียนปอเนาะหรือโรงเรียนสอนศาสนา แต่เป็นการจัดการศึกษาตามความเหมาะสมของแต่ละคน ศึกษาอย่างมีขั้นตอน เป็นการศึกษาที่ใช้ปรัชญาโดยให้อัลกุรอานเป็นศูนย์กลางของการศึกษา อ่านออกเสียงให้ได้ ศึกษาตัจญวีดเพื่อให้อ่านกุรอานได้ถูกต้อง ศึกษาภาษาอาหรับเพื่อให้เข้าใจความหมายได้บ้าง ศึกษาซุนนะฮฺเพื่อให้เข้าใจการนำอัลกุรอานไปสู่โลกแห่งการปฏิบัติจริง ศึกษาชีวิตของเศาะฮาบะฮฺเพื่อให้เข้าใจถึงคนรุ่นแรกที่อัลกุรอานได้สร้างมา ศึกษาโดยใช้อัลกุรอานเป็นศูนย์กลาง เพราะนี้คือพระดำรัสของอัลลอฮฺ ที่เราจะต้องต่อสู้เพื่อให้มันสูงส่งบนหน้าแผ่นดิน.....ท่านอิหม่ามเมาดูดี แนะนำว่า ขอวันละชั่วโมงเถิดไว้สำหรับการศึกษาทำความเข้าใจอิสลาม... ทำอย่างนี้ ชีวิตมันส์มาก มีรสชาติ....นี่เป็นเรื่องแรกที่เราต้องทำ ไม่ต้องไปให้คนอื่นทำ เริ่มที่เรา
ส่วนการขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์เป็นขั้นตอนที่อยู่ร่วมกับความเข้าใจอิส ลามอย่างแยกไม่ออก เป็นภาคปฏิบัติที่ต้องกำหนดเป็นโปรแกรมต่างๆเช่นกัน ผมคิดว่าหากมีโอกาสข้างหน้า เราจะได้มาพูดคุยกันในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ ....ทั้งหมดมันต้องเริ่มที่เราครับ อย่างไปเริ่มที่คนอื่น มันจะแก้ไขอะไรไม่ได้
........................…………………….
เป็นการพบปะพูดคุยกันเมื่อปลายปี 2547
»
- Login to post comments




