/images/banner.png

ปาเลสไตน์ ... ต้องมากกว่าตามกระแส
Platform needs to be installed. See readme file


ปาเลสไตน์ ...
ต้องมากกว่าตามกระแส

  
 
http://cutfarathamrin.files.wordpress.com/2008/12/palestine.jpg


โดย อัล อัค

            เมื่อเกิดเหตุการณ์เข่นฆ่าใน ฉนวนกาซ่า ผมต้องประสบตรง ๆ กับปฏิกิริยาของพี่น้องมุสลิมโดยเฉพาะคนที่เรียกว่า “เอาศาสนา” แตกต่างกันออกไป แต่ที่หนักใจมากคือคนจำนวนหนึ่งที่เคร่งครัดอิบาดะฮฺมาก ๆ แต่พวกเขากลับตีความสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นเพราะคนปาเลสไตน์ไม่มี อะมัลอิสลาม อัลลอฮฺจึงลงบาลาอ์ ... พูดง่าย ๆ ว่า อัลลอฮฺลงภัยพิบัติให้แก่ชาวปาเลสไตน์ เพราะพวกเขาไม่เอาศาสนา 

            ผมแปลกใจมาก เพราะการตีความศาสนาแบบนี้ เท่ากับบอกว่า สถานการณ์การกดขี่ต่าง ๆ เป็นผลของการไม่เอาศาสนาของมุสลิมเอง ยังเป็นการบอกอีกว่า ความดีอยู่แค่การมีผู้ชายไปละหมาดมัสญิดทั้งห้าวักตู มีแค่การปรากฏผู้หญิงคลุมหน้ามาก ๆ  ... คือเป็นความดีที่ได้ปฏิบัติศาสนาในแง่มุมส่วนตัว แม้ว่าโลกมุสลิมจะเกิดการกดขี่ปานใดก็ตาม เป็นการปฏิบัติศาสนาที่เคร่งครัดในสภาพที่ไร้การต่อสู้ดิ้นรนในมิติอื่น ๆ
          
ผมไม่ต้องการให้เดาว่าเป็นกลุ่มใด เพราะผมบอกได้ว่า ไม่เกี่ยวกับกลุ่มใดทั้งสิ้น มันเป็นการคิดที่ขาดความรู้ของปัจเจกชนบางคน ที่พอดีมันมีอยู่หลาย ๆ คน ก็เลยทำให้ภาพลักษณ์เสียหายในวงกว้าง

          ผมพยายาม อธิบายให้เข้าใจมิติของอิสลามในการเผชิญหน้ากับการกดขี่ การอ้างว่าต้องต่อสู้กับนัฟซูตัวเอง เพื่อปฏิเสธความสำคัญของการต่อสู้กับการกดขี่ภายนอกนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูก ยอมรับ ทุกอย่างต้องดำเนินไปบนความพอดีและได้ดุลยภาพ เรื่องนี้ต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจกัน
        
บางครั้ง ความคิดแบบนี้ ทำให้ผมนึกไปถึงสมัยสงครามครูเสด ในขณะที่กองทัพครูเสดกรูกันมายึดครองปาเลสไตน์ แต่อาณาจักรที่ครูเสดไม่ได้เข้าไป อย่างเช่น อิรัก หิญาซ ต่างก็อยู่กันปกติ ในช่วงต้นของการยึดครอง ได้มีอุละมาอ์หนีตายไปร้องขอความช่วยเหลือจากคอลีฟะฮฺแห่งบัฆดาด(ที่ตอนนั้น อ่อนแอมาก) เคาะลีฟะฮฺก็ทำเพียงแค่แสดงความเห็นใจ และชีวิตในดินแดนอิสลามที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามครูเสดก็ยังปกติ ...เช้าชามเย็นชาม
          
โลกมุสลิมปล่อยให้นูรุดดีน ซังกี และศอลาฮุดดีน อัยยูบีย์ เผชิญกับกองทัพครูเสดชาติต่าง ๆ ตามลำพัง มิใช่ว่าศอลาฮุดดีนจะไม่เคยส่งสาส์นไปขอความช่วยเหลือให้เข้าร่วมสมรภูมิญิ ฮาด แต่ส่งไปยังหลาย ๆ เมืองแล้ว แต่มีดินแดนใดบ้างเล่าที่ตอบรับ !!!

           ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ค่อยสบายใจกับปฏิกริยาของพี่น้องอีกหลายคน ที่มีหัวใจเร้าร้อน มีความปวดร้าวกับการเข่นฆ่าเด็ก ๆ และผู้หญิงในปาเลสไตน์ พวกเขาพยายามเรียกร้องให้คนออกมาประท้วงกันให้เยอะ ๆ ให้ออกมาบอยคอตสินค้ายิว ... แต่สังคมมุสลิมกลับตอบรับคำเรียกร้องด้วยท่าทีเฉยเมย ยังกับว่าไม่มีหัวใจ ไร้ความรู้สึก จนพวกเขาต้องหลุดคำประณามสังคมมุสลิมที่ยังคงดื่มโค๊ก ซดเป๊ปซี่ กันอย่างซาบซ่า … ครั้นมองไปยังเวทีบรรยายเรื่องปาเลสไตน์ก็มองไม่ เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรม ทุกคนมาบอกเล่าความเลวของยิวแล้วก็กลับ สังคมมุสลิมเราทำได้แค่นี้เองหรือ !!!
            ผม เห็นด้วยกับการประท้วง เพื่อแสดงความโกรธในขอบเขตที่อิสลามอนุมัติ ... แต่สิ่งที่ผมขออธิบายกับหลายท่าน(ดังที่ผมอธิบายไปหลายที่แล้ว)ว่า พยายามเข้าใจกระแสหน่อยว่า แม้สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องรุนแรงที่สุด แม้ประเด็นอัลกุดส์ก็ถือว่าเป็นประเด็นอันดับหนึ่ง แต่ต้องยอมรับความจริงว่า มุสลิมเราอ่อนแอเกินกว่าจะเข้าใจระดับความรุนแรงของมัน บางคนอ้างไปยังสมัยการยึดครองอัฟฆอนิสถานมีคนออกมาประท้วงเป็นเรือนหมื่น เรือนแสน ทั้งที่ภาคกลางและภาคใต้ คนพวกนั้นหายไปไหนหมด
            ครับ นั่นเป็นกระแสที่ตามมาหลัง 11 กันยา ที่หนังสือพิมพ์ทุกฉบับในโลกพาดข่าวหน้าหนึ่งกันทุกวัน ติดต่อกันมาจนถึงวันที่สหรัฐใช้กำลังบุกอัฟฆอนิสถาน ... เพราะกระแสมันพาไป
           ผมอยากจะบอกว่า มุสลิมเราก็เป็นประเภทตามกระแส เรื่องของชาวปาเลสไตน์มันเข้าถึงคนในระดับปัญญาชนได้ แต่มันไม่สามารถทะลุไปยังคนทุกระดับได้ เพราะเป็นเรื่องที่ถูกทำให้อยู่นอกกระแสมานานแล้ว … ดัง นั้น เราน่าจะมีมาตรการอะไรที่ควรกระทำต่อปัญหาปาเลสไตน์ที่มากกว่าการเกาะกระแส ครั้งแล้วครั้งเล่า 

           ผมให้คำตอบไปว่า สิ่งสำคัญกว่าการประท้วงและการบอยคอย แต่เรามักไม่ค่อยได้กระทำกัน ทั้ง ๆ ที่ต้องกระทำก่อน นั่นคือ การผนึกหัวใจเป็นหนึ่งเดียวกับชาวปาเลสไตน์ ซึ่งแสดงให้เห็นในทางปฏิบัติด้วยการติดตามข่าวเรื่องปาเลสไตน์ ศึกษาประวัติ ศาสตร์ปาเลสไตน์ เช่นเดียวกันแฟนพันธ์แท้ของเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงที่นั่งหน้าจอตามติดอยู่ ตลอดเวลา หรือบางคนพาตัวเองไปนอนในที่ประท้วง อย่างชนิดยอมเจ็บยอมตายกันเลย  หรืออย่างแฟนๆดาราเกาหลี หรือแฟนดาราฟุตบอลที่รู้ไปในรายละเอียดของแฟนโปรดของตัวเองทุกเรื่อง

          
เริ่มต้น ง่าย ๆ ด้วยการเป็นแฟนพันธ์แท้ปาเลสไตน์ ติดตามข่าวคราวพวกเขาอย่างใกล้ชิด... ผนึกหัวใจเป็นหนึ่งเดียวกับชาวปาเลสไตน์ รับรู้ความรู้สึกของพวกเขา หลั่งน้ำตาร่วมไปกับพวกเขา วิงวอน(ดุอาอ์)ให้กับพวกเขา ให้กระทำอย่างนี้ตลอดไป
          
          
สำหรับ นักดะอฺวะฮฺให้ใช้โอกาสนี้นำประเด็นปัญหาปาเลสไตน์กลับคืนมาสู่หัวใจของคน มุสลิม ออกตระเวนบรรยายตามชุมชนที่ตนเองมีสายสัมพันธ์อยู่ นำเรื่องนี้ไปปราศรัยบนคุฏบะฮฺวันศุกร์ หาช่องทางเปิดวงสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในที่พบปะต่าง ๆ แล้วก็ให้ลด ๆ ประเด็นทะเลาะหยุมหยิมหาประโยชน์จริง ๆ อะไรไม่ได้เลย 

          อย่าทำให้ปฏิกิริยาของเราที่มีต่อปัญหาปาเลสไตน์เป็นเรื่องวูบวาบ ชั่วระยะ นี่เป็นปัญหาที่หนักที่สุดอีกครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ เราอยู่ในยุคการยึดครองอัล-กุดส์เป็นครั้งที่สอง เรากำลังอยู่ในสมัยเฉกเช่นสมัยของศอลาฮุดดีน ขอให้เราอย่าเป็นเช่นมุสลิมเช้าชามเย็นชาม ปล่อยให้ศอลาฮุดดีนและกองทัพของท่านต่อสู้อย่างเดียวดาย

..............................

 


Who's new

  • nasiruddin
  • admin
  • ghuraba

Who's online

There are currently 0 users and 6 guests online.
DrupalShark.com - Drupal Themes with Bite!